บทคัดย่อ
หัวข้อวิจัย      สภาพ ปัญหาและแนวทางการบริหารจัดการเทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อ
                    พัฒนาการเรียนรู้ของโรงเรียนบ้านนาปราน สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษานครศรีธรรมราช เขต 2
ผู้วิจัย            นายวิชัย สุขพันธุ์ ผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านนาปราน
ปีที่วิจัย          2552.

                   การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาสภาพปัจจุบันปัญหาและแนวทางการบริหารจัดการเทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อพัฒนาการเรียนรู้ของโรงเรียนบ้านนาปราน ประชากรที่ใช้ในการวิจัยได้แก่ ครู จำนวน 7 คน คณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐานจำนวน 7 คน นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 จำนวน 12 คน รวมทั้งสิ้นจำนวน 26 คน เครื่องมือที่ใช้ในการเก็บรวบรวมข้อมูลครั้งนี้ ผู้วิจัยได้สร้างขึ้นเอง คือ 1) แบบสอบถามสภาพปัจจุบันและปัญหาการบริหารจัดการในด้าน การวางแผน การจัดองค์การ การจัดคนเข้าทำงาน การสั่งการ และการควบคุม วิเคราะห์ข้อมูลใช้ค่าเฉลี่ยประชากร และค่าเบี่ยงเบนมาตรฐานประชากร 2) ข้อประเด็นสนทนากลุ่มย่อย(Focus Group)ทั้ง 5 ด้านเพื่อหาแนวทางทางการบริหารจัดการเทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อพัฒนาการเรียนรู้ของโรงเรียนบ้านนาปราน
ผลการวิจัยพบว่า
1. สภาพ การบริหารจัดการเทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อพัฒนาการเรียนรู้ในโรงเรียนบ้านนาปราน สภาพปัจจุบัน โดยรวมอยู่ในระดับปานกลาง พิจารณาเป็นรายด้านทุกด้าน อยู่ในระดับ ปานกลาง
2. ปัญหา การบริหารจัดการเทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อพัฒนาการเรียนรู้ของโรงเรียนบ้านนาปราน สภาพปัญหา โดยรวม อยู่ในระดับปานกลาง พิจารณาเป็นรายด้านทุกด้าน อยู่ในระดับ ปานกลาง
3. แนวทางการบริหารจัดการเทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อพัฒนาการเรียนรู้ของโรงเรียนบ้านนาปรานจากการประชุมกลุ่มย่อย โดยสรุป ได้แก่
3.1 ด้านการวางแผนให้มีการกำหนดนโยบายเกี่ยวกับเทคโนโลยีสารสนเทศในโรงเรียนให้ชัดเจน สำรวจสภาพและปัญหาเกี่ยวกับเทคโนโลยีสารสนเทศ ให้ความสำคัญกับการจัดทำแผนงาน กำหนดเป้าหมายของงานในแต่ละช่วงให้ชัดเจน และดำเนินการตามแผนงานที่กำหนด ให้มีการจัดระบบบริหารงาน ICT ให้มีความครอบคลุมภารกิจ โดยมีการจัดทำแผนแม่บท ICT ที่มีประสิทธิภาพ เกิดจากความมีส่วนร่วมของทุกฝ่าย
3.2 ด้านการจัดองค์การให้มีการแต่งตั้งบุคลากรผู้รับผิดชอบงานเทคโนโลยีสารสนเทศอย่างชัดเจน จัดให้มีสถานที่ที่เหมาะสม กับการปฏิบัติงานด้านเทคโนโลยีสารสนเทศให้มีการจัดการ วางระบบสนับสนุนการจัดการเรียนรู้ด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ ตลอดจนจัดให้มีเครื่องคอมพิวเตอร์ให้พร้อมใช้งาน
3.3 ด้านการจัดคนเข้าทำงาน มอบหมายงานให้บุคลากรที่มีความรู้ความสามารถรับผิดชอบงานอย่างชัดเจน หน่วยงานที่เกี่ยวข้องควรจัดสรรงบประมาณเพื่อการพัฒนาบุคลากรให้เพียงพอ ให้มีการจัดอบรมพัฒนาบุคลากรด้านเทคโนโลยีสารสนเทศให้กับโรงเรียนขนาดเล็กอย่างจริงจังและทั่วถึง โดยให้มีการฝึกปฏิบัติอย่างจริงจัง และมีการติดตามนิเทศ ติดตามแนะนำอย่างต่อเนื่อง มีการบูรณาการงาน และบูรณาการกำลังคน
3.4 ด้านการสั่งการ ให้มีการสั่งการมอบหมายงานอย่างเป็นระบบเป็นลายลักษณ์อักษรชัดเจน ผู้บริหารต้องเป็นแบบอย่างที่ดีในการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศในการบริหาร ผู้บริหารมีข้อมูลเพียงพอ มีมาตรฐานเดียวกันของบุคลากรทุกคน และควบคุมกำกับให้เป็นไปตามระบบ มีการสร้างขวัญและกำลังใจแก่ผู้ปฏิบัติงานอย่างเหมาะสม
3.5 ด้านการควบคุม ให้มีการกำหนดเกณฑ์มาตรฐานในการทำงานด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ และควบคุม กำกับการทำงานให้ได้ตามเกณฑ์มาตรฐานที่กำหนด ผู้บริหาร
พัฒนาตนเองให้มีความรู้ความสามารถด้านเทคโนโลยีสารสนเทศให้มากขึ้น เพื่อจะได้สื่อสารกับผู้
ปฏิบัติได้เข้าใจดีขึ้น และหรือสามารถให้คำแนะนำผู้ปฏิบัติได้ ให้มีโครงการนิเทศภายใน และใช้
กระบวนการกลุ่ม หรือศูนย์เครือข่ายในการนิเทศงาน นำผลที่ได้จากการนิเทศ ติดตาม และการ
รายงานผลการปฏิบัติงานแจ้งผู้เกี่ยวข้องให้รับทราบ