|
การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาสภาพปัจจุบันปัญหาและแนวทางการบริหารจัดการเทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อพัฒนาการเรียนรู้ของโรงเรียนบ้านนาปราน
ประชากรที่ใช้ในการวิจัยได้แก่ ครู จำนวน 7 คน คณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐานจำนวน
7 คน นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 จำนวน 12 คน รวมทั้งสิ้นจำนวน 26 คน
เครื่องมือที่ใช้ในการเก็บรวบรวมข้อมูลครั้งนี้ ผู้วิจัยได้สร้างขึ้นเอง
คือ 1) แบบสอบถามสภาพปัจจุบันและปัญหาการบริหารจัดการในด้าน การวางแผน การจัดองค์การ
การจัดคนเข้าทำงาน การสั่งการ และการควบคุม วิเคราะห์ข้อมูลใช้ค่าเฉลี่ยประชากร
และค่าเบี่ยงเบนมาตรฐานประชากร 2) ข้อประเด็นสนทนากลุ่มย่อย(Focus Group)ทั้ง
5 ด้านเพื่อหาแนวทางทางการบริหารจัดการเทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อพัฒนาการเรียนรู้ของโรงเรียนบ้านนาปราน
ผลการวิจัยพบว่า
1. สภาพ การบริหารจัดการเทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อพัฒนาการเรียนรู้ในโรงเรียนบ้านนาปราน
สภาพปัจจุบัน โดยรวมอยู่ในระดับปานกลาง พิจารณาเป็นรายด้านทุกด้าน อยู่ในระดับ
ปานกลาง
2. ปัญหา การบริหารจัดการเทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อพัฒนาการเรียนรู้ของโรงเรียนบ้านนาปราน
สภาพปัญหา โดยรวม อยู่ในระดับปานกลาง พิจารณาเป็นรายด้านทุกด้าน อยู่ในระดับ
ปานกลาง
3. แนวทางการบริหารจัดการเทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อพัฒนาการเรียนรู้ของโรงเรียนบ้านนาปรานจากการประชุมกลุ่มย่อย
โดยสรุป ได้แก่
3.1 ด้านการวางแผนให้มีการกำหนดนโยบายเกี่ยวกับเทคโนโลยีสารสนเทศในโรงเรียนให้ชัดเจน
สำรวจสภาพและปัญหาเกี่ยวกับเทคโนโลยีสารสนเทศ ให้ความสำคัญกับการจัดทำแผนงาน
กำหนดเป้าหมายของงานในแต่ละช่วงให้ชัดเจน และดำเนินการตามแผนงานที่กำหนด
ให้มีการจัดระบบบริหารงาน ICT ให้มีความครอบคลุมภารกิจ โดยมีการจัดทำแผนแม่บท
ICT ที่มีประสิทธิภาพ เกิดจากความมีส่วนร่วมของทุกฝ่าย
3.2 ด้านการจัดองค์การให้มีการแต่งตั้งบุคลากรผู้รับผิดชอบงานเทคโนโลยีสารสนเทศอย่างชัดเจน
จัดให้มีสถานที่ที่เหมาะสม กับการปฏิบัติงานด้านเทคโนโลยีสารสนเทศให้มีการจัดการ
วางระบบสนับสนุนการจัดการเรียนรู้ด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ ตลอดจนจัดให้มีเครื่องคอมพิวเตอร์ให้พร้อมใช้งาน
3.3 ด้านการจัดคนเข้าทำงาน มอบหมายงานให้บุคลากรที่มีความรู้ความสามารถรับผิดชอบงานอย่างชัดเจน
หน่วยงานที่เกี่ยวข้องควรจัดสรรงบประมาณเพื่อการพัฒนาบุคลากรให้เพียงพอ ให้มีการจัดอบรมพัฒนาบุคลากรด้านเทคโนโลยีสารสนเทศให้กับโรงเรียนขนาดเล็กอย่างจริงจังและทั่วถึง
โดยให้มีการฝึกปฏิบัติอย่างจริงจัง และมีการติดตามนิเทศ ติดตามแนะนำอย่างต่อเนื่อง
มีการบูรณาการงาน และบูรณาการกำลังคน
3.4 ด้านการสั่งการ ให้มีการสั่งการมอบหมายงานอย่างเป็นระบบเป็นลายลักษณ์อักษรชัดเจน
ผู้บริหารต้องเป็นแบบอย่างที่ดีในการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศในการบริหาร ผู้บริหารมีข้อมูลเพียงพอ
มีมาตรฐานเดียวกันของบุคลากรทุกคน และควบคุมกำกับให้เป็นไปตามระบบ มีการสร้างขวัญและกำลังใจแก่ผู้ปฏิบัติงานอย่างเหมาะสม
3.5 ด้านการควบคุม ให้มีการกำหนดเกณฑ์มาตรฐานในการทำงานด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ
และควบคุม กำกับการทำงานให้ได้ตามเกณฑ์มาตรฐานที่กำหนด ผู้บริหาร
พัฒนาตนเองให้มีความรู้ความสามารถด้านเทคโนโลยีสารสนเทศให้มากขึ้น เพื่อจะได้สื่อสารกับผู้
ปฏิบัติได้เข้าใจดีขึ้น และหรือสามารถให้คำแนะนำผู้ปฏิบัติได้ ให้มีโครงการนิเทศภายใน
และใช้
กระบวนการกลุ่ม หรือศูนย์เครือข่ายในการนิเทศงาน นำผลที่ได้จากการนิเทศ ติดตาม
และการ
รายงานผลการปฏิบัติงานแจ้งผู้เกี่ยวข้องให้รับทราบ
|